ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวสุวรรณภูมิ จับกุมผู้ต้องหาชาวจีน ตามหมายจับ ร่วมกันฉ้อโกง อั้งยี่ ซ่องโจร ฯ
ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.พงษ์พิเชษฐ์ นิลจันทร์ ผกก.3 บก.ทท.1,พ.ต.ท.อภิรุ่ง เพียรมงคล รอง ผกก.3 บก.ทท.1 ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.เสกสันติ์ ฐิรเรืองรัตน์ สว.กก.3 บก.ทท.1 พร้อมชุดสืบสวน ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในความผิด 10 กลุ่มต้องห้ามและความผิดอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม เจ้าหน้าที่ตำรวจ (ชุดจับกุมฯ) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง กำลังจะเดินทางออกราชอาณาจักร ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมฯ ได้ตรวจพบผู้ต้องสงสัยเป็นบุคคลต่างด้าวมีลักษณะและตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับฯ มาแสดงตนที่ฝ่าย ตม.ขาออก ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้ตรวจอนุญาตเดินทางออก ราชอาณาจักร ซึ่งหลังจากชุดจับกุมฯ ได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัว พบว่าตรงกับบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ” ตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 352/2567 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2567 พร้อมแสดง หมายจับให้ผู้ต้องหาดูและสอบถามแล้วรับว่าตนชื่อ นายเจียง สัญชาติจีน เป็นบุคคลตาม หมายจับนี้จริงและยังไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมฯ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบและหากผู้ต้องหา/ผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตน ไว้วางใจทราบถึงการจับกุม เจ้าพนักงานจะอนุญาตให้ผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควรแก่กรณี ได้แจ้งสิทธิ ณ สถานที่ จับกุมแล้วได้ทำการจับกุมตัวส่ง กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป